แผนเที่ยวตัวอย่าง

พิชิตฮาโกเน่ใน 1 วัน! ครบทุกจุดที่ต้องเที่ยวทั้งโอวากุดานิ ศาลเจ้า และเอาท์เล็ต!

หากต้องการเที่ยวฮาโกเน่ใน 1 วันให้ครบถ้วนทั้งอาหารอร่อย ศาลเจ้า และที่เที่ยวห้ามพลาด จะวางแผนเที่ยวอย่างไรดี? บทความนี้มีคำตอบ! ขอแนะนำแผนการเดินทางเริ่มจากชินจุกุไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮาโกเน่ ก่อนไปจบที่ Gotemba Premium Outlets® โดยใช้ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส (Hakone Freepass)” เดินทางอย่างคุ้มค่า!

เวลาที่ใช้ : 1 วัน

7:30 เดินทางจากชินจุกุด้วยรถไฟด่วนพิเศษโรแมนซ์คาร์ (Romancecar) แสนสะดวกสบาย

มาเริ่มต้นการเดินทางกันที่สถานีชินจุกุซึ่งมีรถไฟด่วนพิเศษโรแมนซ์คาร์ (Limited Express Romancecar) ของสายโอดะคิว (Odakyu) วิ่งตรงถึงสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto : OH51) อันเป็นจุดหมายปลายทางแรก ภายในรถนั่งสบายและสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์จากหน้าต่างได้

ตั๋วที่เราใช้วันนี้คือ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส (Hakone Freepass)”! ซึ่งตั๋วใบเดียวสามารถใช้ได้ทั้งกับโรแมนซ์คาร์ (*1) รถไฟสายฮาโกเน่โทซัง รถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง รถรางสายฮาโกเน่โทซัง กระเช้าสายฮาโกเน่ และเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ซึ่งแล่นผ่านทะเลสาบอาชิ (มีข้อยกเว้นในบางสถานที่)

*1: หากต้องการใช้ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” เดินทางด้วยรถโรแมนซ์คาร์จากสถานีชินจุกุถึงสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ จะต้องจ่ายค่าโดยสารรถด่วนพิเศษเพิ่ม 1,090 เยน

9:20 มาถึงสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ จุดหมายแรกคือโอวากุดานิ!

เมื่อมาถึงสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto : OH51) แล้วให้ขึ้นรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง (ภาพขวาบน) ไปยังสถานีโกระ (Gora : OH57)

ที่สถานีโกระเปลี่ยนไปขึ้นรถรางสายฮาโกเน่โทซัง (ภาพซ้ายล่าง) ลงที่สถานีโซอุนซัน (Sounzan : OH62) จากนั้นขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ (ภาพขวาล่าง) ต่อไปยังสถานีโอวากุดานิ (Owakudani : OH63) ยิ่งกระเช้าเคลื่อนที่สูงขึ้น อากาศก็จะเย็นลงทีละน้อย

ถึงจะต้องต่อรถหลายครั้ง แต่สถานีแต่ละแห่งอยู่ติดๆ กันหมดจึงไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางเลย

ตัวกระเช้าของกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่เป็นกระจกโดยรอบ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีใบไม้เปลี่ยนสีสดใส ส่วนในวันที่อากาศดีจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้เหมือนในรูปเลย หากใครอยากชมภาพอันสง่างามของภูเขาไฟฟูจิก็ขอให้เลือกนั่งตรงฝั่งประตูที่ขึ้นมา

10:45 ตื่นตาไปกับทิวทัศน์ของโอวากุดานิและไข่ต้มสีดำสนิท!

โอวากุดานิเป็นสถานที่ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อราว 3,000 ปีก่อน แม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีควันพวยพุ่งออกจากภูเขาไฟโดยรอบ

ท้องฟ้าสีครามปลอดโปร่งตัดกับควันสีเหลืองเกิดเป็นภาพอันตระการตา กลิ่นกำมะถันที่ลอยขึ้นมายิ่งทำให้เรารู้สึกได้ถึงพลังของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ

ลงจากกระเช้าแล้วถึงทันที

ไข่ดำต่ออายุ ทาน 1 ฟองต่ออายุได้ 7 ปี!?

เมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ห้ามพลาดไข่ดำอันเลื่องชื่อ ซึ่งก็คือไข่ที่ต้มโดยใช้ความร้อนจากภูเขาไฟจนเปลือกเป็นสีดำสนิท ว่ากันว่าทานไป 1 ฟองจะสามารถต่ออายุขัยได้ถึง 7 ปี!

สามารถหาซื้อได้ที่ “คุโระทามาโกะคัง (Kurotamago-kan)” อาคารที่มีรูปปั้นไข่ดำตั้งอยู่ (5 ฟองราคารวมภาษี 500 เยน)

ลงจากกระเช้าแล้วถึงทันที

ของฝากครบเครื่องที่ “โอวากุดานิ เอคิโนะมิเสะ (Owakudani Ekinomise)”

สำหรับของฝากจากโอวากุดานิ สามารถแวะช้อปกันได้ที่ร้าน “โอวากุดานิ เอคิโนะมิเสะ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถานีกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ ที่นี่มีของฝากหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ออกแบบมาจากไข่ดำหรือช็อกโกแลตภูเขาไฟฟูจิจำลองเหมือนเปี๊ยบ หากอยากได้ของสไตล์ญี่ปุ่นก็ขอแนะนำพวงกุญแจโยเซกิไซกุ (*2) หัตถกรรมพื้นบ้านของฮาโกเน่

*2: โยเซกิไซกุ (Yosekizaiku) … เทคนิคงานไม้ซึ่งใช้ไม้หลากหลายชนิดมาประกอบกันเพื่อสร้างเป็นลวดลาย

12:40 ล่องเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ (Hakone Sightseeing Cruise) เต็มตาทั้งภูเขาไฟฟูจิและเสาโทริอิสีแดง

กลับไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่อีกครั้ง คราวนี้มุ่งหน้าจากสถานีโอวากุดานิ (Owakudani : OH63) ไปยังสถานีโทเง็นได (Togendai : OH65) เมื่อถึงโทเง็นไดแล้วให้ขึ้นเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ต่อ

ชั้น 3 ของเรือเป็นดาดฟ้าที่สามารถชมทิวทัศน์ของทะเลสาบได้อย่างเต็มตาด้วย

ระหว่างทางจะสามารถชมเสาโทริอิสีแดง (*3) โดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังดูราวเหมือนกับในภาพด้านบนด้วย อย่าลืมสังเกตกันนะ

จากนั้นลงเรือที่ท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone-ko : OH67) กันค่ะ

*3: โทริอิ … สิ่งปลูกสร้างคล้ายซุ้มประตูอยู่ตรงทางเข้าสู่ศาลเจ้า

13:10 ลิ้มรสปลา “วาคาซากิ” ริมทะเลสาบอาชิ

ต่อไปได้เวลาอาหารกลางวันริมทะเลสาบอาชิแล้ว! เดินจากท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ประมาณ 5 นาทีก็จะมาถึงร้าน “ฮาโกเน่โคฮังโซ ซากุระฮงจิน (Hakone Kohansou Sakura Honjin)

เมนูยอดนิยมของร้านนี้คือปลาวาคาซากิ (Wakasagi) ปลาขนาดเล็กที่จับได้จากทะเลสาบอาชิ เมนู “วาคาซากิ ฟิช โกะเซนอาเกะ (Wakasagi Fish Gozenage)” เป็นเซ็ทปลาวาคาซากิและผักอื่นๆ ชุบแป้งมาให้ทอดด้วยตัวเอง ราคารวมภาษี 2,200 เยน (สำหรับ 2 ท่านขึ้นไป)

ปลาวาคาซากิทอดหอมๆ ด้านนอกกรอบ ส่วนด้านในเนื้อปลาฟูนุ่ม ในเซ็ทยังมีข้าว สลัด ซุปมิโสะเลื่องชื่อ “คุโมสึเกะจิรุ (Kumosuke-jiru)” และน้ำองุ่นด้วย

เดินเท้า 10 นาที

14:30 ขอพรเรื่องเนื้อคู่ที่ศาลเจ้าฮาโกเน่!

จุดหมายต่อไปคือศาลเจ้าฮาโกเน่! ออกจากร้าน “ฮาโกเน่โคฮังโซ” แล้วเดินไปตามถนน จะเริ่มมองเห็นบันไดที่มีต้นสนขนาดใหญ่เรียงราย เสาโทริอิและโคมไฟ (*4) สีแดงสด

ศาลเจ้าฮาโกเน่นับเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งมีบุคคลสำคัญของญี่ปุ่นเคยมาสักการะกันเป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีต

*4: โคมไฟ … โคมไฟแบบดั้งเดิมสำหรับให้แสงสว่างมักเห็นได้ตามวัดหรือศาลเจ้า เปรียบเสมือนไฟข้างถนนในปัจจุบัน

ข้างศาลเจ้าฮาโกเน่มีศาลเจ้าคูซูริวชินงู (Kuzuryu Shrine Shingu)อยู่ ว่ากันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ด้านเนื้อคู่ จึงเป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากแวะเวียนมาขอพรเรื่องเนื้อคู่กัน

น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลจากจุดล้างมือรูปมังกรเก้าตัวนั้นเชื่อกันว่ามีพลังในการปัดเป่าสิ่งไม่ดี ผู้คนจึงมักนำไปดื่มหรือนำไปประกอบอาหาร

สักการะศาลเจ้าเรียบร้อยแล้ว อย่าพลาดเดินลงบันไดไปจนถึงริมทะเลสาบกันเถอะ ที่นี่มี “เสาโทริอิแห่งสันติภาพ (Heiwa no Torii)” จุดถ่ายภาพยอดนิยม ซึ่งก็คือเสาโทริอิสีแดงที่เรามองเห็นจากบนเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่เมื่อครู่นั่นเอง!

15:40 มุ่งหน้าไปช้อปให้หนำใจที่ Gotemba Premium Outlets®

ย้อนกลับไปที่ท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone-ko : OH67) ขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (สาย Y) ไปจนถึงสถานีโกระ (Gora : OH57) แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถประจำทางที่มุ่งหน้าสู่โกเทมบะเอาท์เล็ต (สาย M) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 90 นาที

เป้าหมายปลายทางสุดท้ายของทริป คือ Gotemba Premium Outlets®! ซึ่งหนึ่งในเอาท์เล็ตที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว เมื่อมาถึงแล้วก็ไปหยิบแผนผังสำรวจร้านกันก่อนเลย

เติมพลังด้วย “นุมาซุ อุโอกาชิ ซูชิ (Numazu Uogashizushi)”!

ภายในบริเวณเอาท์เล็ตมีร้านอาหารมากมาย และร้าน “นุมาซุ อุโอกาชิ ซูชิ” เป็นซูชิร้านอร่อยซึ่งตั้งอยู่ใน East Zone

“สเปเชียลฟูจิซังนิกิริ (Special Fujisan Nigiri)” (รวมซุปมิโสะ ราคารวมภาษี 2,480 เยน) เป็นเซ็ทรวมซูชิยอดนิยม ทั้งปลาทูน่าแบบจูโทโร่ แซลมอน อุนิ (ไข่หอยเม่น) ปลาไหลทะเลมาเป็นชิ้นยาว และหน้าอื่นๆ นอกจากนี้ยังมี “ซุนโก่ยแซลมอน! (Sungoi Salmon!)” สุดยอดเมนูแซลมอนซึ่งมีปลาแซลมอนวางซ้อนกันเป็นภูเขา (ราคารวมภาษี 734 เยน)

เมื่ออิ่มอร่อยกันแล้วก็ได้เวลาช้อปปิ้ง! คราวนี้เรามาถึงในช่วงเย็น แต่หากเป็นช่วงกลางวันก็จะให้บรรยากาศเหมือนกับในภาพด้านบนซึ่งจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ เรียกว่านอกจากช้อปปิ้งแล้วทิวทัศน์ก็งดงามอีกด้วย

ภายในเอาท์เล็ทมีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ทั้งแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง GUCCI, Prada และแบรนด์ญี่ปุ่นเช่น G-Shock, Seiko รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ของสะสม ของเล่น อุปกรณ์กีฬาและอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีได้ด้วย! (ขึ้นอยู่แต่ละร้าน)

19:40 นั่งรถบัสกลับจากสถานีโกเทมบะสู่ชินจุกุ

ขากลับเราจะใช้บริการของรถด่วนสายโอดะคิวฮาโกเน่จากสถานีโกเทมบะ (Gotemba) มุ่งหน้าสู่สถานีชินจุกุกัน โดยมีรถบัสฟรีจากเอาท์เล็ตไปยังสถานีโกเทมบะให้บริการชั่วโมงละ 4 คัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็มาถึงสถานีโกเทมบะ

จากสถานีโกเทมบะถึงสถานีชินจุกุใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง รถเที่ยวสุดท้ายออกเวลา 20:35 หากแสดง “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ตอนซื้อตั๋วโดยสารจะสามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 870 เยนจากราคาปกติ 1,680 เยน (*5)

*5: เฉพาะกรณีที่ใช้ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ออกเดินทางจากชินจุกุเหมือนแผนเที่ยวครั้งนี้เท่านั้น

หากมีเวลา ต้องลองค้างสัก 1 คืน!

การเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งหมดในฮาโกเน่ก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้! แต่ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” มีอายุ 2 วัน ท่านใดยังมีเวลาเที่ยวเหลืออีก ขอแนะนำให้ลองค้างที่ฮาโกเน่สักคืนเพื่อที่จะได้เพลิดเพลินเต็มอิ่มไปกับการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนมากนัก

*ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูในร้านอาหารหรือราคาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลตั๋วเดินทางสุดคุ้ม

ออกทริปเที่ยวฮาโกเน่ด้วยตั๋วเดินทางแบบฟรีพาสที่มาพร้อมกับส่วนลดสุดคุ้ม!
เพียงแค่มีตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ใบเดียวจะทำให้คุณสามารถใช้บริการพาหนะหลักๆ ในฮาโกเน่ ได้ไม่จำกัด
นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับส่วนลดค่าเข้าชมที่เที่ยวต่างๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะและอื่นๆ อีกด้วย!
อ่านรายละเอียดของตั๋วสุดคุ้มได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง