แผนเที่ยวตัวอย่าง

เส้นทางเที่ยวฮาโกเน่แบบไม่ซ้ำใครในหนึ่งวัน

แผนเที่ยวฮาโกเน่ในครั้งนี้จะเริ่มจากการชิม “คามาโบโกะ” อาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่โอดาวาระซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฮาโกเน่ จากนั้นทานมื้อเที่ยงที่ริมทะเลสาบอาชิ เดินชมธรรมชาติไปแวะไหว้เจ้าที่ศาลเจ้าคุซุริว แล้วเพลิดเพลินกับออนเซ็นพร้อมวิวสวยๆ ของภูเขาฟูจิกับทะเลสาบอาชิอย่างเต็มตา ก่อนจะปิดท้ายที่มิชิมะ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับทั้งคนเพิ่งเคยมาฮาโกเน่เป็นครั้งแรกหรือเคยมาเที่ยวที่ดังๆ ไปแล้ว ยิ่งใช้ “Hakone Free Pass” ยิ่งประหยัดคุ้มค่า!

เวลาที่ใช้ : 8 ชั่วโมง

8:45 จากโอดาวาระ (Odawara) ไปยังคาซามัตสึริ (Kazamatsuri)

เส้นทางที่จะแนะนำในคราวนี้สามารถใช้ตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” พาสสุดสะดวกสำหรับเดินทางไม่จำกัดในฮาโกเน่และรับส่วนลดตามสถานที่ต่างๆ (บางสถานที่ไม่ร่วมรายการ) โดยทั่วไปแล้วหากไม่มีข้อยกเว้นระบุเป็นพิเศษ ขอเพียงมีพาสนี้ก็สามารถใช้บริการพาหนะต่างๆ ได้ฟรี!

มาเริ่มคว้าพาสไปออกเดินทางเที่ยวฮาโกเน่กันอย่างสนุกสนานและคุ้มค่าเลยดีกว่า!

จากสถานีโอดาวาระ (Odawara : OH47) ขึ้นรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan Train) ประมาณ 10 นาที ไปยังสถานีคาซามัตสึริ (Kazamatsuri : OH49)

9:00 ลองชิมอาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่น “คามาโบโกะ”

“คามาโบโกะ” หรือลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ทำจากเนื้อปลาผสมด้วยเกลือ นวดให้เข้ากันแล้วนำไปนึ่ง มีรสสัมผัสนุ่มเด้ง เป็นอาหารดั้งเดิมที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต ตั้งแต่มื้ออาหารปกติจนถึงงานประเพณีอย่างวันปีใหม่

หมู่บ้านคามาโบโกะ ซูซูฮิโระ (Suzuhiro Kamaboko Village) เป็นเหมือนธีมพาร์คของคามาโบโกะ นอกจากจะมีคามาโบโกะให้ลองชิมและเลือกซื้อแล้ว ยังมีการสาธิตวิธีทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือถ้าอยากทำเองก็ยังได้ (ค่าเรียน ราคารวมภาษี 1,620 เยน) หากแสดง “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” จะลดเหลือ 1,320 เยน (รวมภาษี) ตารางเวลาและวิธีจองสามารถดูได้จาก เว็บไซต์ทางการ

คามาโบโกะที่ผ่านการประดิษฐ์ประดอยนี้ดูไม่ต่างจากชิ้นงานศิลปะเลย ทั้งหน้าตาน่าดู ถ้าให้เป็นของฝากคนรับต้องดีใจแน่ๆ

ร้านอาหารและคาเฟ่ก็มี ลองไปที่ชิโอะคาเซะ คาเฟ่ (Shiokaze Cafe) มีของหวานเช่นเค้กชิฟฟ่อนให้เลือกทานคู่กับชาหรือกาแฟที่ชงด้วยน้ำบริสุทธิ์ของฮาโกเน่

หรือจะไปร้านอาหารเอเล็นน่า กอสโซ่ (Elenna Gosso) ที่มีบรรยากาศสว่างไสวกว้างขวาง เป็นร้านอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารขึ้นชื่อตามฤดูกาลของฮาโกเน่ให้ทานได้เต็มอิ่มสมชื่อร้านที่มีความหมายว่า “อาหารอร่อยหลากหลาย”

11:30 ทานมื้อกลางวันพร้อมชมวิวทะเลสาบ

จากสถานีคาซามัตสึริ (Kazamatsuri : OH49) ขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan Bus) สาย H ไปยังท่าเรือฮาโกเน่มาจิ (Hakonemachi-ko : OH66) แล้วแวะทานมื้อกลางวันกันที่ร้านคาเฟ่ ชายะฮงจิน “โฮโตริยะ” (Chaya Honjin “Hotoriya”) ริมทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi)

บนชั้น 2 คือ“คาเฟ่โคมง (cafe KOMON)” ภัตตาคารที่สามารถชมวิวทะเลสาบอาชิกับภูเขาฟูจิได้ มีเมนูอยู่ท้องเช่น “แกงกะหรี่พิเศษตำรับโฮโตริยะ ฮิเรคัตสึ (HOTORIYA Special Curry Fillet Cutlet)” ราคายังไม่รวมภาษี 1,490 เยน หรือ “ฮงจิน สเต็กแฮมเบอร์เกอร์ (Honjin Hamburg)” ราคายังไม่รวมภาษี 1,350 เยน ของหวานขอแนะนำ “แพนเค้กสูตรพิเศษของโฮโตริยะ (HOTORIYA Special Pancake)” ราคายังไม่รวมภาษี 1,020 เยน หากแสดง “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” จะได้ส่วนลดค่าอาหารอีก 5%

(เส้นทางแรก เส้นทางเดินเขา)
13:40 เดินชมภูเขาไปยังศาลเจ้าคูซูริวฮงงู (Kuzuryu Shrine Hongu)

จากที่นี่จะมีสองเส้นทางให้เลือกคือเส้นทางเดินเขากับเส้นทางชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ขอเริ่มจากเส้นทางเดินเขาที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกันก่อน

จากท่าเรือฮาโกเน่มาจิ (Hakonemachi-ko : OH66) ขึ้นเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ (Hakone Sightseeing Cruise) ข้ามทะเลสาบอาชิไปยังโทเง็นได (Togendai : OH65) เดินต่อประมาณ 30 นาทีก็จะมาถึงศาลเจ้าคูซูริวฮงงู

ศาลเจ้าคูซูริวฮงงู เป็นศาลเจ้ามีชื่อของฮาโกเน่เทียบเคียงกับศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone-jinja shrine)

ที่มาของศาลเจ้าแห่งนี้กล่าวกันว่าในอดีตมีมังกรร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนอาศัยอยู่ที่ทะเลสาบอาชิ พระมังกังโชนินผู้ได้รับพลังจากเทพฮาโกเน่ (เทพผู้สถิตอยู่ที่ศาลเจ้าฮาโกเน่) ได้มาปราบมังกรร้ายให้กลายมาเป็นเทพมังกรและสถิตอยู่ที่ศาลเจ้า ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์เรื่องเสริมดวงเงินทอง นำพาโชคลาภ การค้ารุ่งเรือง และผูกดวงเนื้อคู่ จึงมีผู้ศรัทธาจากที่ต่างๆ มาไหว้มากมาย

ศาลเจ้าคูซูริวฮงงู อยู่ห่างจากสถานีโทเง็นได (Togendai : OH65) พอสมควร จึงมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก เหมาะกับการมาเดินเขาในวันที่อากาศดี ลองมาให้บรรยากาศเงียบสงบของศาลเจ้าช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าทั้งกายใจกัน

เดิน 30 นาที

15:00 ชื่นชมทะเลสาบอาชิกับภูเขาไฟฟูจิจากออนเซ็นกลางแจ้ง

เดินจากศาลเจ้าคูซูริวฮงงูประมาณ 30 นาทีจะมาถึงออนเซ็นแบบไม่เข้าพัก ริวกูเด็น ฮงคัง (Ryuguden Honkan)

จากบ่อออนเซ็นถ้ามองลงไปด้านล่างจะเห็นทะเลสาบอาชิ เงยหน้าขึ้นมาก็เจอภูเขาไฟฟูจิ ถือเป็นออนเซ็นที่มีวิวสวยๆ ให้ชมแบบเต็มที่ น้ำแร่ที่นี่มีส่วนประกอบของแคลเซียมกับโซเดียม ว่ากันว่าช่วยในการรักษาอาการปวดเส้นประสาท อาการปวดกล้ามเนื้อหรือปวดตามข้อ

แถมขากลับยังมีรถรับส่งฟรีไปยังท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone-ko : OH67) รถออกชั่วโมงละ 2 คัน จากนั้นก็เปลี่ยนไปขึ้นรถ Tokai Bus Orange Shuttle ไปยังสถานีมิชิมะ (Mishima)

สิ่งน่าสนใจบริเวณสถานีมิชิมะ

ใกล้สถานีมิชิมะมีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายเช่นศาลเจ้ามิชิมะ (Mishima Shrine) ศาลเจ้าซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน หรือ มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Sky Walk) ที่จะแนะนำถัดไป หากมีเวลาก็ลองพักสักคืนที่มิชิมะ แล้วแวะชิมของขึ้นชื่ออย่างปลาไหลด้วยก็ได้

(เส้นทางสอง เส้นทางชมวิวภูเขาไฟฟูจิ)
12:45 สัมผัสธรรมชาติของฮาโกเน่ที่สวนอนชิฮาโกเน่ (Onshi Hakone Park)

ถัดจากเส้นทางเดินเขา คราวนี้มาพูดถึงเส้นทางชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่เหมาะกับวันที่อากาศดีๆ

จากร้านคาเฟ่ ชายะฮงจิน “โฮโตริยะ” ที่ทานมื้อเที่ยง เดินไป 15 นาทีจะพบกับสถานที่ชมธรรมชาติอย่างสวนอนชิฮาโกเน่ เดิมที่นี่เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระจักรพรรดิ มีสวนสวยงามซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ห่างไปไม่ไกลนักคือถนนแนวต้นสนโบราณคิวไคโด (Cedar Avenue) ที่มีต้นสนอายุเกือบ 400 ปีเรียงราย และด่านฮาโกเน่ (Hakone Checkpoint) ก็น่าไปเที่ยวชมเหมือนกัน

15:45 ชมแสงอาทิตย์ก่อนลับฟ้าที่มิชิมะสกายวอล์ค

ปิดท้ายด้วยการไปที่ป้ายท่าเรือฮาโกเน่มาจิ (Hakonemachi-ko : OH66) ขึ้นรถ Tokai Bus Orange Shuttle คันที่วิ่งไปสถานีมิชิมะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีลงที่ป้ายมิชิมะสกายวอล์ค เพื่อไปชมวิวสวยๆ กัน

ช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ หากได้มาที่นี่ตอนเย็นในวันฟ้าโปร่งจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินที่ภูเขาไฟฟูจิด้วย! หรือถ้าจะมาชมภูเขาไฟฟูจิที่นี่ก็มาได้ตลอดทั้งปี

มิชิมะสกายวอล์คมีความยาว 400 เมตร เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินที่ยาวที่สุดของญี่ปุ่น เราจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่กลางท้องฟ้าสมกับชื่อที่ตั้งไว้ มีศูนย์กิจกรรมสวนป่าผจญภัยฮาโกเน่ (Forest Adventure Hakone) ใครอยากมีประสบการณ์เที่ยวแปลกใหม่ก็มาลองโรยตัวด้วยสลิงแบบซิปไลน์ (Long Zip Slide) ชมวิวตระการตาแบบกลางอากาศกันได้

ค่าเข้าชมสะพานแขวน ผู้ใหญ่ 1,000 เยน นักเรียนมัธยม 500 เยน นักเรียนประถม 200 เยน หากแสดง “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” จะลดเหลือ ผู้ใหญ่ 900 เยน นักเรียนมัธยม 450 เยน นักเรียนประถม 180 เยน (ราคาทั้งหมดรวมภาษีแล้ว) ส่วนที่สวนป่าผจญภัยฮาโกเน่ ค่ากิจกรรม Adventure Course ที่รวมซิปไลน์อยู่ด้วยราคา 3,600 เยน (ราคารวมภาษี)

ขากลับนั่งรถ Tokai Bus Orange Shuttle ไปยังสถานีมิชิมะ จากนั้นขึ้นชินคันเซ็นกลับไปยังสถานีโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (ตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ใช้กับชินคันเซ็นไม่ได้)

เพลินไปกับวิวสวยๆ ของฮาโกเน่แบบนอกเส้นทางหลัก

ภูเขาไฟฟูจิที่สะท้อนผิวน้ำของทะเลสาบอาชิ ภูเขาไฟฟูจิจากบ่อออนเซ็น ภูเขาฟูจิท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น มาเที่ยวชมธรรมชาติแสนงามของฮาโกเน่ในทุกฤดูกันด้วยเส้นทางเที่ยวแบบไม่ซ้ำใครกัน

*ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูในร้านอาหารหรือราคาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลตั๋วเดินทางสุดคุ้ม

ออกทริปเที่ยวฮาโกเน่ด้วยตั๋วเดินทางแบบฟรีพาสที่มาพร้อมกับส่วนลดสุดคุ้ม!
เพียงแค่มีตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ใบเดียวจะทำให้คุณสามารถใช้บริการพาหนะหลักๆ ในฮาโกเน่ ได้ไม่จำกัด
นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับส่วนลดค่าเข้าชมที่เที่ยวต่างๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะและอื่นๆ อีกด้วย!
อ่านรายละเอียดของตั๋วสุดคุ้มได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง