แผนเที่ยวตัวอย่าง

เต็มอิ่มทุกประสาทสัมผัส เที่ยวดื่มด่ำศิลปะและธรรมชาติหนึ่งวันในฮาโกเน่

แนะนำคอร์สเที่ยวเริ่มต้นจากโกเทมบะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภูเขาฟูจินัก ไปชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิแสนสวยจนลืมหายใจ ก่อนไปดื่มด่ำกับผลงานเลื่องชื่อของเหล่าศิลปินในหอศิลป์ ตบท้ายด้วยทดลองลงมือสร้างงานศิลปะของตัวเอง แพลนเที่ยวเดินทางสะดวกสบายเหมาะนี้กับคนที่อยากใช้เวลาหนึ่งวันเพลิดเพลินกับศิลปะอย่างเต็มที่ในฮาโกเน่ มาเที่ยวสุดคุ้มด้วยตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส (Hakone Freepass)” กันดีกว่า!

เวลาที่ใช้ : 8 ชั่วโมง

9:20 ถ่ายรูปวิวภูเขาฟูจิที่ช่องเขาโอโตเมะโทเกะ (Otome-toge)!

เส้นทางที่จะแนะนำในคราวนี้สามารถใช้ตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” พาสสุดสะดวกสำหรับเดินทางไม่จำกัดในฮาโกเน่และรับส่วนลดตามสถานที่ต่างๆ (บางสถานที่ไม่ร่วมรายการ) โดยทั่วไปแล้วหากไม่มีข้อยกเว้นระบุเป็นพิเศษ ขอเพียงมีพาสนี้ก็สามารถใช้บริการพาหนะต่างๆ ได้ฟรี!

มาเริ่มคว้าพาสไปออกเดินทางเที่ยวฮาโกเน่กันอย่างสนุกสนานและคุ้มค่าเลยดีกว่า!

เริ่มเดินทางจากป้ายรถบัสสถานีโกเทมบะ (Gotemba Sta. : 571) ขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan Bus) สาย G หรือ L หรือรถด่วนสายโอดะคิวฮาโกเน่ (Odakyu Hakone Highway Bus) สาย W ไปยังฮาโกเน่ ระหว่างทางเรามาแวะลงที่ป้าย โอโตเมะโทเกะ (Otome-toge : 552) ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะจุดถ่ายรูปซึ่งสามารถเห็นภูเขาฟูจิแสนสวยได้อย่างเต็มตา

อุตสาห์มาถึงทั้งทีต้องไปชมภูเขาฟูจิจากมุมที่สวยยิ่งขึ้นไปอีกเสียหน่อย จากร้านน้ำชา “ฟูจิมิชายะ (Fujimi Chaya)” ซึ่งอยู่ตรงหน้าป้ายรถบัสเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 10 นาที เราก็จะมาถึงจุดชมวิวที่เรียกว่า “โอโตเมะ โนะ คาเนะ (Otome no Kane)”

ตรงหน้าจุดชมวิวคือภูเขาฟูจิที่ยิ่งใหญ่ตระการตากว่าเมื่อครู่เสียอีก! ว่ากันว่าระฆังที่นี่ หากตีหนึ่งครั้งจะมีสุขภาพแข็งแรง สองครั้งจะสมหวังในรัก สามครั้งจะได้มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข จึงกำลังเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

ชมธรรมชาติกันเต็มอิ่มแล้วก็ลงมาข้างล่าง แวะพักที่ร้านน้ำชา “คาเฟ่ โอโตเมะโทเกะ ฟูจิมิชายะ (Fujimi chaya)” กันนิด ที่นี่มีบริการขนมกับน้ำชา การได้นั่งทานขนม ชมวิวภูเขาฟูจิพลางสูดอากาศแสนสะอาดสดชื่นถือว่าเป็นประสบการณ์สุดยอดอีกระดับเลยทีเดียว

ต่อจากนั้น เรามาขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (สาย M) จากโอโตเมะโทเกะ นั่งไปประมาณ 30 นาที แล้วลงรถที่ ป้าย “โพลาบิจุตสึคัง (Pola-bijutsukan : 439)”

11:20 หลงเข้าสู่โลกของศิลปะสายอิมเพรสชันนิสม์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลา (Pola Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลา เป็นอาคารล้ำสมัยซึ่งออกแบบโดยใช้กระจกขนาดใหญ่ทำให้รอบข้างดูสว่างไสว ต้นไม้สีเขียวที่งอกงามรอบๆ ช่วยดูดซับแสงทำให้ตัวหอศิลป์มีบรรยากาศอันอ่อนโยน

ภายในหอมีงานศิลปะกว่าหมื่นชิ้นซึ่งโดยมากเป็นภาพวาดสายอิมเพรสชันนิสม์ ทั้งภาพ “Water Lilies” อันโด่งดังของโมเนต์ (Claude Monet) แล้วก็ยังมีผลงานของศิลปินชื่อดังอื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่ว เช่น เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir), เซซาน (Paul Cézanne), แวน โก๊ะ (Van Gogh), ปีกัสโซ (Picasso) หรือ ชากาล (Marc Chagall) อีกด้วย

เหล่าศิลปินสายอิมเพรสชันนิสม์ล้วนหลงใหลในแสงสว่าง หากได้ลองเดินเล่นไปตามเส้นทางเดินเล่นรอบหอศิลป์ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยป่าและแสงแดด หรือซึมซาบกลิ่นต้นไม้ใบหญ้ากับเสียงนกร้องด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าของเรา คงจะทำให้รู้สึกเหมือนหลงเข้าไปอยู่รูปวาดของพวกเขาเลย ถ้าโชคดีก็อาจได้มีโอกาสทักทายสัตว์ป่าตัวน้อยๆ ด้วย

นอกจากรูปวาดแล้ว หอศิลป์ยังมีผลงานหลากหลายจัดแสดง ทั้งงานหัถตกรรมจากแก้ว เซรามิค และเครื่องดินเผา หรือคอลเลคชั่นอุปกรณ์เครื่องแต่งหน้าอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานและหาชมได้ยาก

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลาอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 1,800 เยน นักศึกษามหาวิทยาลัยและมัธยมปลาย 1,300 เยน นักเรียนมัธยมต้นและประถม 700 เยน (นักเรียนมัธยมต้นกับประถม วันเสาร์เข้าชมฟรี) และหากโชว์ตั๋ว “ฮาโกเน่ฟรีพาส” จะได้ลดค่าเข้าชมเหลือ ผู้ใหญ่ 1,600 เยน นักศึกษามหาวิทยาลัยและมัธยมปลาย 1,100 เยน นักเรียนมัธยมต้นและประถม 600 เยน (ทั้งหมดรวมภาษีแล้ว)

ภายในหอศิลป์

12:30 มื้อกลางวันที่ร้านอาหารอาเรย์ (Restaurant Array) ในหอศิลป์

ร้านอาหารอาเรย์” ซึ่งอยู่ภายในหอศิลป์นี้เสิร์ฟอาหารสไตล์ยุโรปแบบต้นตำรับ ภายในร้านกว้างขวางและตบแต่งด้วยสีขาวสะอาดตา

เซ็ตอาหารกลางวันสามารถเลือกจานหลักได้จากเมนูอาหารปลาประจำวัน, เนื้อไก่ชุปแป้งขนมปังผสมเครื่องเทศย่าง หรือสตูว์เนื้อ (ต้องเพิ่มเงิน 200 เยน) ในราคารวมภาษี 2,380 เยน

สำหรับเมนูอื่นๆ มีทั้งข้าวแกงกะหรี่ซีฟู้ดแบบออริจินอลของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลา (ราคารวมภาษี 1,510 เยน) เมนูอาหารญี่ปุ่น หรือคอร์สอาหารพิเศษที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นคอร์สอาหารที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามงานแสดงภาพของหอศิลป์ (ราคารวมภาษี 2,980 เยน) ในคอร์สอาหารพิเศษจะมีเมนูที่เลือกหรือปรับมาจากอาหารที่ศิลปินชื่นชอบบ้าง อาหารขึ้นชื่อจากสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวศิลปินบ้าง

เมื่อมองออกไปข้างนอกจะเห็นทิวเขาฮาโกเน่สวยงามจับตาทำให้มื้ออาหารกลางวันของเรานั้นแสนเพลินเพลิน นอกจากนี้ยังมีโต๊ะริมระเบียงซึ่งขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดในวันอากาศดีเด็ดขาด

14:00 สร้างงานศิลป์ชิ้นเดียวในโลกที่ฮาโกเน่คราฟต์เฮาส์ (HAKONE CRAFTHOUSE)

ชื่นชมศิลปะกันเต็มอิ่มแล้วก็มาลองสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองกันบ้างดีกว่า! จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลาขึ้น รถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (สาย S) ไปโกระ (Gora : OH57) กันต่อ

จากสถานีโกระ (Gora Sta.) เดิน 10 นาทีจะมาถึง ฮาโกเน่คราฟต์เฮาส์ ซึ่งอยู่ภายในสวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (Hakone Gora Park) ที่นี่เราสามารถร่วมกิจกรรมทดลองสร้างผลงานจากแก้วและเครื่องปั้นดินเผาได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า และสามารถนำผลงานที่ทำในวันนั้นติดมือกลับไปได้เลย (แก้วเป่ากับเครื่องดินเผาจะส่งไปรษณีย์ตามไปวันหลังและสามารถส่งไปต่างประเทศได้)

ที่จะขอแนะนำในครั้งนี้คือกิจกรรมทำลูกปัดญี่ปุ่น “ทมโบะดามะ (Lampwork Beads)” กับการพ่นทรายกัดกระจก (Sandblasting) ซึ่งสามารถนำผลงานติดตัวกลับไปในวันนั้นได้เลย

ลูกปัดทมโบะดามะ หมายถึงลูกปัดแก้วเล็กๆ ที่มีรูทะลุตรงกลาง ทำโดยการหลอมแก้วให้อ่อนตัวด้วยเครื่องพ่นไฟแล้วเอาไปม้วนพันกับแกน หลังจากทำให้เย็นลงเป็นเวลา 50 นาทีจะได้ลูกปัดแก้วที่เราจะนำไปทำพวงกุญแจหรือเครื่องประดับต่อ และเรายังสามารถแต่งเติมลวดลายหรือเลือกจับคู่สีสันให้เกิดเป็นลูกปัดของเราเพียงเท่านั้นได้ด้วย

(กิจกรรม Lampwork Beads ราคา 2,500 เยน กรณีทำพวงกุญแจหรือที่ห้อยมือถือ เพิ่มเงินขั้นต่ำ 470 เยน ถ้าเป็นสร้อยคอเพิ่มเงินขั้นต่ำ 500 เยน ทั้งหมดเป็นราคารวมภาษีแล้ว)

ส่วนกิจกรรมพ่นทรายกัดกระจก คือ เทคนิคการใช้เครื่องมือเฉพาะด้านพ่นทรายเม็ดละเอียดใส่ผิวแก้วเพื่อทำเป็นลวดลายต่างๆ ที่นี่มีสติกเกอร์สำหรับทำลวดลายให้เลือกมากกว่า 100 แบบเพื่อสร้างสรรค์ผลงานบนภาชนะของเราเอง วิธีทำก็ไม่ยากอะไร สำหรับคนไม่ถนัดงานประดิษฐ์ก็น่าลองกิจกรรมนี้ดู
(ค่าวัสดุตั้งต้นที่ 2000 เยน ค่าสติกเกอร์เริ่มต้นที่ 100 เยน ทั้งหมดเป็นราคารวมภาษีแล้ว)

ทุกกิจกรรมจะมีสตาฟคอยดูแลเป็นอย่างดี ถึงเป็นมือใหม่ก็สบายใจได้ มาลองทำของที่ระลึกเป็นความทรงจำดีๆ ของฮาโกเน่ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกกันเถอะ

การไปใช้บริการฮาโกเน่คราฟต์เฮาส์ จำเป็นต้องจ่ายค่าเข้าสวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (ผู้ใหญ่ 550 เยน ราคารวมภาษี) แต่ถ้ามี “ฮาโกเน่ฟรีพาส” ก็ไม่ต้องเสียค่าเข้าสวนเลย

เดิน 3 นาที

15:30 ลิ้มลองชาสมุนไพรที่คาเฟ่ พิคในสวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (Hakone Gora Park Tea Room Pic)

ได้ของฝากที่ไม่เหมือนใครแล้วมาแวะไปยัง ”คาเฟ่ พิค” ซึ่งอยู่ภายในสวนเดียวกันต่อ

มาดื่มชาสมุนไพรที่มีให้เลือกถึง 5 ชนิด คลายความเหนื่อยล้าของวันนี้กันก่อน ในเซ็ตมีคุกกี้สมุนไพรแบบโฮมเมดให้ทานคู่กับน้ำชาด้วย (ราคารวมภาษี 594 เยน) น้ำพุของสวนและวิวธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลของสวนซึ่งนั่งชมได้จากที่นั่งบริเวณระเบียงของร้านก็วิเศษไม่แพ้ที่ไหนเลย

เมนูอาหารก็มีให้เลือกไม่น้อย มื้อกลางวันจะมี “แกงกะหรี่โกระเอ็น (Gora-en Curry)” ราคารวมภาษี 1,058 เยน ซึ่งวันหนึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 40 ที่เท่านั้น หรือ “ชุดขนมปังสตูว์ (Pan Shichuu Plate)” ราคารวมภาษี 1,058 เยน ก็เป็นที่นิยม

16:45 ขึ้นรถไฟสายฮาโกเน่โทซังไปฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto)

ภูเขาฟูจิซึ่งตระหง่านให้เห็นอยู่ลิบๆ เหล่างานศิลปะน่าประทับใจ กิจกรรมที่ได้แสดงฝีมือทำของที่ระลึกด้วยตัวเอง … ระหว่างย้อนคิดถึงเรื่องสนุกมากมายที่สัมผัสได้จากประสาทสัมผัสทั้งห้าวันนี้ เราก็ขึ้นรถไฟสายรถไฟสายฮาโกเน่โทซังมุ่งหน้าไปยังสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto : OH51) กัน

เพลิดเพลินกับฮาโกเน่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะมากมาย!

จะเป็นฤดูไหนๆ ฮาโกเน่ก็พร้อมต้อนรับคุณด้วยธรรมชาติอันงดงามเสมอ นั่นอาจจะเพราะตัว “ฮาโกเน่” เองก็เป็นงานศิลปะที่แสนงามชิ้นหนึ่งก็เป็นได้

คอร์สแนะนำในครั้งนี้สามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ มาเที่ยวโตเกียวแล้วก็ขยับขยายเส้นทางมายังฮาโกเน่สักหน่อย เพื่อชื่นชมกับกิจกรรมและเหล่างานศิลปะที่มีแต่ที่ฮาโกเน่เท่านั้น!

*คอร์สนี้สามารถใช้ตั๋วฟูจิฮาโกเน่พาส (Fuji Hakone Pass) ได้เช่นกัน

*ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูในร้านอาหารหรือราคาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลตั๋วเดินทางสุดคุ้ม

ออกทริปเที่ยวฮาโกเน่ด้วยตั๋วเดินทางแบบฟรีพาสที่มาพร้อมกับส่วนลดสุดคุ้ม!
เพียงแค่มีตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ใบเดียวจะทำให้คุณสามารถใช้บริการพาหนะหลักๆ ในฮาโกเน่ ได้ไม่จำกัด
นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับส่วนลดค่าเข้าชมที่เที่ยวต่างๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะและอื่นๆ อีกด้วย!
อ่านรายละเอียดของตั๋วสุดคุ้มได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง