แผนเที่ยวตัวอย่าง

แผนเที่ยวแบบสวนทางคนอื่นสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด! ไปชื่นชมธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) และสนุกไปกับสวนสนุกออนเซ็น

แนะนำแผนเที่ยวไปเช้าเย็นกลับสวนทางกับ “แผนเที่ยวปกติ” ที่น้อยคนจะรู้ จึงไม่ต้องแออัดกับใคร สัมผัสธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ด่านฮาโกเน่และสวนอนชิฮาโกเน่ (Onshi Hakone Park) จากนั้นผ่อนคลายความเหนื่อยล้าแบบสบายๆ ที่ “ฮาโกเน่โควาคิเอ็น-ยูเนสซองซ์ (Hakone Kowaki-en Yunessun)” โดยใช้ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส (Hakone Freepass)” เพื่อเดินทางในฮาโกเน่ให้คุ้มค่าและรับส่วนลดจากสถานที่ต่างๆ กัน! คนอื่นมักจะเริ่มเที่ยวจากฮาโกเน่ยุโมโตะไปโกระและโอวากุดานิ ลองมาสวนทางกับคนอื่นจะได้เดินทางอย่างสะดวกและคนน้อยกันดีกว่า!

เวลาที่ใช้ : 8 ชั่วโมง

9:40 ออกเดินทางจากฮาโกเน่ยุโมโตะสู่ด่านฮาโกเน่ (Hakone Checkpoint) ด้วยรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง

เส้นทางที่จะแนะนำในคราวนี้สามารถใช้ตั๋ว ฮาโกเน่ ฟรีพาส พาสสุดสะดวกสำหรับเดินทางไม่จำกัดในฮาโกเน่และรับส่วนลดตามสถานที่ต่างๆ (บางสถานที่ไม่ร่วมรายการ) โดยทั่วไปแล้วหากไม่มีข้อยกเว้นระบุเป็นพิเศษ ขอเพียงมีพาสนี้ก็สามารถใช้บริการพาหนะต่างๆ ได้ฟรี!

มาเริ่มคว้าพาสไปออกเดินทางเที่ยวฮาโกเน่กันอย่างสนุกสนานและคุ้มค่าเลยดีกว่า!

สำหรับการท่องเที่ยวในฮาโกเน่นั้น ขอแนะนำให้เดินทางด้วยรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง เพราะแสนจะสะดวกสบายตรงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทางหรือเรื่องที่จอดรถ จำนวนรถที่วิ่งให้บริการก็มีเยอะ ยกตัวอย่างเช่นรถบัสที่มุ่งหน้าไปยังโทเง็นได (Togendai) และโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone) อันเป็นที่ตั้งของทะเลสาบอาชิ (Ashi Lake) หากเป็นช่วงกลางวันจะมีรถวิ่งชั่วโมงละ 4-7 คันเลยทีเดียว

บริเวณสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto)

ก่อนอื่นเรามาขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (สาย H หรือ R) จากฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ไปจนถึงป้ายรถบัสฮาโกเน่ เซกิโชะ อาโตะ (Hakone-sekisho-ato : 154) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ

10:20 ย้อนเวลาสู่อดีตที่ด่านฮาโกเน่ซึ่งมีประวัติความเป็นมา

คำว่า “ด่าน” นั้นในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) หมายถึงสถานที่ที่ผู้สัญจรผ่านต้องเข้ารับการตรวจสอบว่าเป็นบุคคลน่าสงสัยหรือไม่ ด่านฮาโกเน่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบคนที่เดินทางไปมาบนนถนนโทไคโดซึ่งเชื่อมระหว่างเอโดะกับเกียวโต ทั่วประเทศญี่ปุ่นมีด่านมากกว่า 50 ด่าน ทั้งหมดถูกยกเลิกไปใน ค.ศ. 1869 แต่ที่ด่านฮาโกเน่มีการสำรวจและได้บูรณะให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมในปี ค.ศ. 2007

เมื่อได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ และรูปลักษณ์น่าเกรงขามที่ชวนให้สัมผัสถึงกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ทำให้เรารู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยน และสำหรับเด็ก (อายุตั้งแต่ 12 ปีหรือต่ำกว่า) 250 เยน แต่หากมี “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” สามารถเข้าชมได้ในราคา 400 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 150 เยนสำหรับเด็ก (ราคาทั้งหมดรวมภาษีแล้ว) พิเศษสุด คือ ในวันเสาร์อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ นักเรียนประถมและมัธยมต้นไม่เสียค่าเช้าชม

11:15 ตื่นตากับทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสาบอาชิที่สวนสาธารณะอนชิฮาโกเน่ (Onshi Hakone Park)

จากด่านฮาโกเน่ เดินราว 10 นาทีก็จะมาถึงสวนสาธารณะออนชิฮาโกเน่ ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนซากพระตำหนักเก่าฮาโกเน่ นักท่องเที่ยวนิยมมาชมวิวทิวทัศน์อันงดงามซึ่งสามารถมองเห็นทะเลสาบอาชิและภูเขาไฟฟูจิได้ในคราวเดียว เมื่อได้ชมดอกไม้ที่ผลิบานและต้นไม้ใบหญ้าที่มีสีสันเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละฤดู หลายท่านก็เดินเล่นกันจนลืมเวลาเลยทีเดียว

จุดถ่ายภาพที่แนะนำได้แก่ “อาคารชมวิวริมทะเลสาบ (Kohan Temboukan)” ซึ่งตั้งอยู่เกือบใจกลางสวนสาธารณะ และ “ลานชมวิวเบ็นเท็นโนะฮานะ (Benten no Hana)”ทั้งสองแห่งมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจนจากตรงหน้าโดยมีทะเลสาบอาชิแผ่กว้างอยู่เบื้องล่าง … เราจึงสามารถเก็บภาพสวยๆ โดยมีทิวทัศน์อันงดงามนั้นเป็นฉากหลังได้ ในวันที่อากาศดีขอแนะนำให้มาเที่ยวกัน

เดิน 10 นาที

12:00 สดชื่นไปกับถนนแนวต้นสนโบราณคิวไคโด (Cedar Avenue)

เป้าหมายต่อไปของเรา ให้เดินจากทางเข้าสวนสาธารณะอนชิฮาโกเน่ราว 5 นาที คราวนี้จะพบกับถนนแนวต้นสนโบราณคิวไคโด ซึ่งเป็นทางเดินที่มีต้นสนอันสง่างามอายุเกือบ 400 ปีกว่า 400 ต้น เรียงรายตามทางมุ่งหน้าสู่โมโตะฮาโกเน่ความยาวกว่า 500 เมตร ในจำนวนนั้นบางต้นมีเส้นรอบวงถึง 4 เมตร

กล่าวกันว่าในอดีตแนวต้นสนนี้คอยปกป้องผู้คนที่สัญจรบนถนนจากทั้งแสงอาทิตย์ในฤดูร้อนและจากลมหนาวในฤดูหนาว บรรยากาศปลอดโปร่งบริเวณนี้ราวกับทำให้เราได้สัมผัสถึงลมหายใจของผู้คนในยุคสมัยก่อนเลย การเดินผ่านแนวต้นสนขาไปใช้เวลาประมาณ 10 นาที หากเดินต่อไปจนถึงท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone-ko : OH67) จะใช้เวลารวมทั้งหมดแล้วประมาณ 15 นาที เพราะฉะนั้นเดินผ่านแนวต้นสนไปให้ถึงท่าเรือโมโตะฮาโกเน่กันดีกว่า

เดิน 15 นาที

12:40 ล่องเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ข้ามทะเลสาบอาชิ

จากท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ (Motohakone-ko : OH67) เราจะขึ้นเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ซึ่งสร้างและตกแต่งโดยใช้ต้นแบบจากเรือของยุโรป ใช้เวลาประมาณ 35 นาทีล่องเรือไปตามทะเลสาบอาชิพร้อมรับลมเย็นสบาย แถมยังสามารถใช้ “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ขึ้นเรือได้โดยอย่างสุดคุ้มอีกด้วย

13:10 ลิ้มรสออมไรซ์ยอดนิยมที่ “ร้านอาหารโทเง็นไดวิว (Togendai View Restaurant)”

เมื่อเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่มาเทียบท่าที่โทเง็นได (Togendai : OH65) แล้ว เรามาตรงเข้าไปที่ “ร้านอาหารโทเง็นไดวิว” ซึ่งอยู่ภายในสถานีกันเลย ที่นี่เป็นร้านอาหารที่สามารถนั่งทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวทะเลสาบอาชิอันกว้างใหญ่ตรงหน้าได้

เมนูที่ได้รับความนิยมที่สุดคือข้าวห่อไข่ฟูนุ่ม “ฟูวะโทโระออมไรซ์ เสิร์ฟพร้อมสลัด (Fuwatoro Omurice)” ราคารวมภาษี 1,200 เยน เป็นเมนูเด็ดของทางร้านด้วยไข่ที่อยู่บนข้าวเนื้อนุ่มจนละลายในปากคลุกเคล้ากับซอสเดมิกลาสแสนอร่อย หลังทานอาหารเรียบร้อยแล้วลองไปตามหาของที่ระลึกจากฮาโกเน่ที่มุมขายของฝากกันดูก็ดีเหมือนกันนะ

14:10 นั่งกระเช้าลอยฟ้าไปโอวากุดานิ (Owakudani)

เมื่อทานอาหารอิ่มอร่อยแล้วก็เดินทางออกจากสถานีโทเง็นได (Togendai : OH65) ด้วยกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ สามารถแสดง “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” เพื่อใช้บริการได้เช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 16 นาที กระเช้าจะนำทางเราไปยังสถานีโอวากุดานิ (Owakudani : OH63) พร้อมกับให้เราได้ชมทิวทัศน์อันตระการตาของทะเลสาบอาชิซึ่งค่อยๆ ห่างไกลออกไปรวมถึงภาพของภูเขาไฟฟูจิที่ใกล้เข้ามาทีละนิด

14:30 โอวากุดานิ อีกหนึ่งสถานที่ขึ้นชื่อของฮาโกเน่

โอวากุดานิตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดของฮาโกเน่ ทิวทัศน์ซึ่งมีควันสีขาวจากการคุกรุ่นของภูเขาไฟพวยพุ่งอยู่บนพื้นดินรกร้างทำให้พื้นที่บริเวณนี้เคยถูกเปรียบว่า “นรก” สร้างความตกตะลึงให้ผู้พบเห็นมาจนถึงปัจจุบัน

16:00 สนุกกับสวนสนุกออนเซ็นที่ “ฮาโกเน่โควาคิเอ็น-ยูเนสซองซ์ (Hakone Kowaki-en Yunessun)”

เดินทางกันต่อด้วยกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่จากโอวากุดานิ (Owakudani : OH63) ไปโซอุนซัน (Sounzan : OH62) แล้วต่อรถรางสายฮาโกเน่โทซังไปยังโกระ (Gora : OH57) จากนั้นนั่งรถไฟสายฮาโกเน่โทซังไปยังโควากิดานิ (Kowakidani : OH55)

สถานที่สุดท้ายในการเที่ยวของเรา แน่นอนว่าต้องเป็นบ่อน้ำพุร้อน! “ฮาโกเน่โควาคิเอ็น-ยูเนสซองซ์” เป็นสถานที่ที่เหมือนสวนสนุกออนเซ็น มีเครื่องเล่นต่างๆ ที่เกี่ยวกับออนเซ็นทั้งในอาคารและกลางแจ้ง และยังสามารถสนุกได้ใน “ชุดว่ายน้ำ” อีกด้วย!

เครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมคือสไลเดอร์กลางแจ้ง เนื่องจากน้ำในสระเป็นน้ำอุ่น แม้จะเป็นฤดูหนาวก็ลงเล่นได้ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ส่วนบริเวณในอาคารก็มีบ่อน้ำร้อนสนุกๆ ให้ได้ลองแช่กันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสปาปลาหรือออนเซ็นไวน์ ที่ยูเนสซองซ์นี้สามารถสวมชุดว่ายน้ำได้ทั้งในอาคารและกลางแจ้ง จึงขอแนะนำสำหรับผู้อยากแช่ออนเซ็น แต่ไม่อยากถอดเสื้อผ้าจนหมด

ภายในบริเวณสวนสนุกยังมีน้ำพุร้อนโมริ-โนะ-ยุ (Mori no Yu) ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นของแท้ที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติสมกับเป็นบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่รายล้อมด้วยหุบเขาซึ่งเป็นของขึ้นชื่อฮาโกเน่ ในช่วงกลางคืนจะมีการประดับไฟด้วย เราจึงสามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวได้อย่างสบายอารมณ์
ข้อควรระวังคือที่ “น้ำพุร้อนโมริ-โนะ-ยุ” ไม่สามารถสวมชุดว่ายน้ำเข้าได้

เมื่อได้สนุกกับการแช่น้ำจนเต็มอิ่มได้ ก็ได้เวลาขึ้นรถประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง (สาย H) จากที่นี่ย้อนกลับไปที่ฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto : OH51) เป็นอันจบการเดินทางวันนี้

เที่ยวรอบฮาโกเน่แบบสบายๆ ด้วยเทคนิคการเที่ยวแบบสวนทาง

เมื่อเทียบกันแล้ว การเดินทางแบบสวนทางจะมีความแออัดน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดื่มด่ำไปกับแต่ละสถานที่ในแบบฉบับของตัวเอง ลองมาท่องเที่ยวแบบผ่อนคลายท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่แบบไม่เหมือนใครกันไหม

*ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูในร้านอาหารหรือราคาต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลตั๋วเดินทางสุดคุ้ม

ออกทริปเที่ยวฮาโกเน่ด้วยตั๋วเดินทางแบบฟรีพาสที่มาพร้อมกับส่วนลดสุดคุ้ม!
เพียงแค่มีตั๋ว “ฮาโกเน่ ฟรีพาส” ใบเดียวจะทำให้คุณสามารถใช้บริการพาหนะหลักๆ ในฮาโกเน่ ได้ไม่จำกัด
นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับส่วนลดค่าเข้าชมที่เที่ยวต่างๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะและอื่นๆ อีกด้วย!
อ่านรายละเอียดของตั๋วสุดคุ้มได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง