สัมผัสประสบการณ์ย้อนเวลาสู่ฮาโกเน่สมัยโบราณด้วยรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง

รถไฟสายฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan Train) พาหนะที่นักเที่ยวฮาโกเน่ต่างคุ้นเคยกันดีเพิ่งฉลองครบรอบ 130 ปีเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ในครั้งนี้จะพาทุกคนย้อนกลับไปสู่อดีตเพื่อสัมผัสกับประวัติศาสตร์ของรถไฟสายฮาโกเน่โทซังด้วยภาพถ่ายของสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะในช่วงกลางสมัยโชวะ (ปี 1926 - 1989) และรถรางสายฮาโกเน่โทซังที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสไตล์ย้อนยุค โดยจะมีภาพปัจจุบันให้ได้ดูเปรียบเทียบกันด้วยว่าต่างไปจากเดิมแค่ไหน!

สถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ในปัจจุบันและอดีต

ภาพด้านบนคือสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะในปัจจุบัน ส่วนภาพด้านล่างคือสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะในปี 1950 เมื่อเริ่มเปิดเดินรถระหว่างสถานีโอดาวาระ (Odawara) และสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) โดยบริษัทโอดะคิว ทั้งดีไซน์ของรถไฟและขนาดของชานชาลาดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว ในปัจจุบันสถานีฮาโกเน่ยุโมโตะครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนฮาโกเน่ ไม่ว่าจะเป็นล็อคเกอร์แบบหยอดเหรียญ บริการขนส่งสัมภาระ ร้านค้า และลิฟท์

การปรากฏตัวของรถไฟฟ้า

จากภาพคือ “รถไฟฟ้าโอดาวาระ” ขณะเริ่มเดินรถในปี 1900 ก่อนที่จะกลายมาเป็นรถไฟสายฮาโกเน่โทซังในปัจจุบัน เป็นภาพขณะรถไฟฟ้าวิ่งผ่านป่าสนในซากาวะ โอดาวาระ ผู้คนที่เห็นเดินอยู่ยังคงสวมใส่ชุดกิโมโนกันอยู่ การปรากฏตัวของรถไฟฟ้าในขณะนั้นที่ส่วนใหญ่ยังใช้แรงม้าลากจูงรถลากบนรางเหล็กถือเป็นเหตุการณ์สำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการนำวัฒนธรรมสมัยใหม่เข้าสู่โซนฮาโกเน่เลยทีเดียว

รถรางหมายเลข 2 ของประเทศญี่ปุ่น

ในปี 1921 รถรางสายฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan Cable Car) เปิดเส้นทางวิ่งให้บริการระหว่างชิโมะโกระ (โกระ : Gora ในปัจจุบัน) และคามิโกระ (โซอุนซัน : Sounzan ในปัจจุบัน) หลังจากนั้นก็จำเป็นต้องหยุดวิ่งให้บริการชั่วคราวถึง 2 ครั้งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโตและสงครามโลกครั้งที่ 2

ในปัจจุบันได้กลายเป็นพาหนะขนส่งหลักในฮาโกเน่ที่มีบทบาทสำคัญมาก รถรางในสมัยก่อน (ภาพล่าง) แบ่งชั้นธรรมดาและชั้นพิเศษด้วยระเบียงแบบเปิดโล่ง ส่วนรถรางในปัจจุบัน (ภาพบน) เป็นขบวนที่ผลิตในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งติดหน้าต่างบานใหญ่สมกับเป็นรถไฟสายท่องเที่ยวอย่างยิ่ง

สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (Hakone Gora Park) ในปัจจุบันและอดีต

อีกหนึ่งสถานที่ที่มีความผูกพันกับรถไฟสายฮาโกเน่โทซังมายาวนานคือ สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ จากภาพในปัจจุบัน (ภาพบน) และอดีต (ภาพล่าง) จะเห็นว่าแม้น้ำพุจะมีรูปร่างเปลี่ยนไป แต่ก็ยังคงมีเค้าลางแบบในอดีตให้ได้ชมกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 1914 โดยถือเป็นสัญลักษณ์ของโซนสถานีโกระ ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง เอกลักษณ์ของที่นี่คือการออกแบบสวนให้มีความสมมาตรโดยมีสระน้ำพุเป็นจุดศูนย์กลาง ในช่วงที่เปิดสวนใหม่ๆ ยังมีสระว่ายน้ำด้วยซึ่งปัจจุบันก็คือที่ตั้งของ “ฮาโกเน่คราฟต์เฮาส์ (HAKONE CRAFTHOUSE)”

ระบบ Switchback อันมีเอกลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

ระบบ Switchback เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง ระบบการวิ่งเดินหน้า-ถอยหลังแบบซิกแซกนี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในสมัยก่อนแล้ว โดยมีจุด Switchback อยู่ทั้งหมด 3 จุดประกอบด้วยเดยามะ (Deyama) สถานีโอฮิระได (Ohiradai) และคามิโอฮิระได (Kami-Ohiradai) มาตั้งแต่ในสมัยนั้น

จากภาพเป็นการ Switchback ที่จุดคามิโอฮิระไดในปัจจุบันและการ Switchback ที่จุดเดยามะในสมัยก่อน นอกจากนี้ เนื่องจากระบบ Switchback จะเปลี่ยนทิศทางการวิ่งของขบวนรถไฟเป็นฝั่งตรงข้าม จึงมีเอกลักษณ์อยู่ที่การผลัดเปลี่ยนพนักงานขับรถและพนักงานอำนวยความสะดวกด้วย

สะพานฮายาคาวะ (Hayakawa Bridge) ในปัจจุบันและอดีต

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ชิโมดะกุมิ

“สะพานฮายาคาวะ” ในปัจจุบัน (ภาพบน) และภาพระหว่างการก่อสร้างสะพาน (ภาพล่าง) เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทิวเขาโดยรอบสะพานจะถูกย้อมไปด้วยสีแดงสวยของใบไม้เปลี่ยนสี มีชื่อที่คนนิยมเรียกกันคือ “สะพานเหล็กแห่งเดยามะ” ในขณะนั้นสิ่งที่ยากลำบากที่สุดของการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายฮาโกเน่โทซังก็คือการก่อสร้าง “สะพานฮายาคาวะ” นี่เอง เพราะจุดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอยู่สูงจากก้นแม่น้ำถึง 43 เมตร แค่สร้างนั่งร้านอย่างเดียวก็ใช้ทั้งแรงงานและระยะเวลามหาศาลแล้ว

ภาพถ่ายระหว่างการก่อสร้างนี้ถ่ายโดยผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ยังมีนั่งร้านให้ได้เห็นสภาพการทำงานในขณะนั้นอยู่ ปัจจุบัน “สะพานฮายาคาวะ” เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวในฐานะแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฮาโกเน่ไปเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2018

บทความที่เกี่ยวข้อง