เที่ยวฮาโกเน่ในฤดูใบไม้ร่วง! 17 จุดชมใบไม้แดงในฮาโกเน่แยกตามเขต

พอเลยช่วงกลางเดือนตุลาคม หุบเขาในฮาโกเน่ก็เริ่มมีสีสันแต่งแต้ม ในฮาโกเน่มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย สามารถชมได้ทั้งตามสวน พิพิธภัณฑ์ หรือชมระหว่างนั่งยานพาหนะต่างๆ ครั้งนี้เราจะมาแนะนำจุดชมใบไม้แดงสวยๆ โดยแยกตามสถานที่ค่ะ

เขตฮาโกเน่ยุโมโตะ

เมื่อเทียบกับบริเวณอื่นในฮาโกเน่แล้ว เขตฮาโกเน่ยุโมโตะจะเข้าสู่ช่วงพีคของใบไม้แดงค่อนข้างช้ากว่า เราสามารถมาชื่นชมความงามกลมกลืนของใบไม้แดงกับอาคารบ้านเรือนของฮาโกเน่ยุโมโตะได้ โรงแรมฮัตสึฮานะ (ช่วงพีค : กลาง - ปลายเดือนพฤศจิกายน) ที่ซุคุโมะงาวะ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บนภูเขายุซากะยามะ (Yusaka Mountain) ซึ่งมองเห็นได้จากโรงแรมจะถูกย้อมไปด้วยสีแดงและสีเหลืองตั้งแต่ยอดเขาจนถึงแม่น้ำซุคุโมะ (Sukumo River) ที่เชิงเขา บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ถูกเรียกว่า “น้ำร้อนสาวงาม” เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง มีค่า pH สูง และยังเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีตาน้ำในพื้นที่เอง มีบ่ออาบน้ำแร่สำหรับผู้หญิงถึง 7 แบบจึงเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมจากสาวๆ
โรงแรมฮัตสึฮานะ (Hotel Hatsuhana)

ฮาโกเน่ยุเรียว (ช่วงพีค : กลาง - ปลายเดือนพฤศจิกายน) ที่โทโนะซาวะ
สถานที่ให้บริการบ่อน้ำพุร้อนแบบไม่ต้องเข้าพักที่รายล้อมด้วยหุบเขาโทโนะมิเนะ น้ำร้อนปริมาณมากที่ผุดขึ้นมาจากตาน้ำในพื้นที่และบรรยากาศของอาคารไม้ที่ชวนให้รู้สึกสงบจะค่อยๆ โอบอุ้มทั้งกายใจให้แสนสบาย อาหารที่ทำจากปลาตามฤดูกาลและอาหารที่ปรุงด้วยเตาอิโรริ (เตาที่สร้างโดยเจาะพื้นห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วก่อไฟด้วยฟืนหรือถ่าน) ก็ถือเป็นสีสันอันเอร็ดอร่อยของการเดินทางเลยทีเดียว
รีสอร์ทออนเซ็นฮาโกเน่ยุเรียว (Hakone Yuryo)

น้ำตกทามะดาเระ น้ำตกฮิเอ็น สวนเท็นเซเอ็น (ช่วงพีค : ปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม) ที่ฮาโกเน่ยุโมโตะ
น้ำตกทรงพลังอย่างน้ำตกทามะดาเระ (สูงประมาณ 8 เมตร กว้างประมาณ 11 เมตร) และน้ำตกฮิเอ็น (สูงประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร) ตั้งอยู่ในสวน “เท็นเซเอ็น (Tenseien)” ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับการแนะนำ รวมถึงยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดากวีของญี่ปุ่นอย่างโองิวาระ เซเซ็นซุยและโยซาโนะ อากิโกะ
หากเดินขึ้นไประหว่างน้ำตกทั้งสองซึ่งโด่งดังในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยจะพบกับศาลเจ้าทามะดาเระ (Tamadare Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเพียงแห่งเดียวที่มีวิญญาณเทพจาก “ศาลเจ้าคุซุริว (Kuzuryu Shrine)” แบ่งภาคมาสถิต เทพเจ้าที่นี่ได้รับการกราบไหว้บูชาและเป็นที่รู้จักกันในฐานะเทพผู้คุ้มครองน้ำ และให้โชคเรื่องคู่ครอง
ที่นี่มีร้านน้ำชานั่งสบายให้ชมน้ำตกที่แต่งแต้มด้วยใบไม้แดงสีสันสดใสไปพร้อมกับดื่มด่ำช่วงเวลาในฤดูใบไม้ร่วงอย่างไม่ต้องรีบร้อน และยังมีสระน้ำให้เป็ดและปลาคาร์ฟแหวกว่าย มากับครอบครัวก็เพลินกันได้ทุกคน ช่วงพีคของการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม สวนนี้สามารถเข้าชมได้อย่างอิสระ
น้ำตกทามะดาเระ (Tamadare no taki) และน้ำตกฮิเอ็น (Hien no taki)

อาคาร ซูซูฮิโระ โจวะโร (ช่วงพีค : กลาง - ปลายเดือนพฤศจิกายน) ที่ฮาโกเน่ยุโมโตะ
อาคารโจวะโร (Chowaro) ซึ่งตั้งอยู่ใน “หมู่บ้านคามาโบโกะ ซูซูฮิโระ (Suzuhiro Kamaboko Village)” เป็นร้านอาหารที่เคลื่อนย้ายบ้านเก่าแก่ในยุคเอโดะ (1603 - 1868) มาปรับปรุงใหม่
สามารถชมเทคนิคอันน่าตื่นตาตื่นใจในสมัยโบราณได้จากตัวอาคารหลักแบบโชะอินซุคุริ (รูปแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อาคารและโรงเก็บของที่ใช้ไม้เคลือบเงาหรูหรา และเรือนเล็กที่สร้างจากไม้เป็นอาคารทรงพนมมือ (รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีหลังคาลาดเอียง)
ภายในสวนมีหิน ต้นไม้ และดอกไม้วางตำแหน่งอย่างสวยงาม สมเป็นความงดงามแบบญี่ปุ่น! ตั้งแต่กลางเดือนจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน สวนจะถูกย้อมสีไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีของต้นเมเปิลจำนวนมาก จะชมสวนพร้อมกับทานอาหารไปด้วยก็ได้
สวนนี้สามารถแวะมาได้โดยไม่ต้องจองหรือติดต่อล่วงหน้า
พิพิธภัณฑ์คามาโบโกะ ซูซูฮิโระ (Suzuhiro Kamaboko Museum)

ทางเดินจากสถานีโทโนะซาวะไปยังฮาโกเน่ยุเรียว (ช่วงพีค : กลาง - ปลายเดือนพฤศจิกายน)
ทางเดินที่เดินเล่นได้โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก่อนถึงฮาโกเน่ยุเรียว จากถนนเส้นนี้จะมองเห็นเมืองโทโนะซาวะท่ามกลางแมกไม้หนาทึบ เสียงที่ได้ยินมีเพียงแค่เสียงนกร้องและเสียงน้ำไหลเย็นสบายของแม่น้ำฮายาคาวะ ช่วงที่ต้นไม้เริ่มแตกใบสีเขียวก็เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นเช่นกัน

ทางรถไฟสายฮาโกเน่โทซัง
หากเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟสายฮาโกเน่โทซังก็สามารถชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีตามช่องแคบระหว่างภูเขาได้จากหน้าต่างรถไฟ เช่นที่สะพานเดยามะเท็คเคียว และที่อื่นๆ
(หยุดให้บริการเนื่องจากสะพานและเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากดินถล่ม และมีน้าท่วมบนถนน คาดว่าจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการซ่อมแซม ทั้งนี้จะมีรถบัสวิ่งให้บริการแทนระหว่างสถานี HakoneHakone-Yumoto - สถานี Gora)

เขตโกระ โควากิดานิ มิยะโนะชิตะ โอฮิระได

เขตนี้มีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนอันดับต้นๆ ของฮาโกเน่ที่ได้รับการดูแลให้สวยงามไม่ว่าจะเป็นสวนมอสของพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาโกเน่ สวนโฮไรเอ็น สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ เป็นต้น

สวนโควากิดานิ โฮไรเอ็น (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โควากิดานิ
สวนโฮไรเอ็นสร้างขึ้นโดยเอโนะโมโตะ เคียวโซ ผู้ก่อตั้ง “เรียวกังมิคาวายะ (Mikawaya Ryokan)” ซึ่งมีประวัติความเป็นมากว่า 100 ปี ภายในสวนมีต้นไม้สูงใหญ่จนต้องแหงนหน้ามอง ทั้งต้นเมเปิลพันธ์ยามะโมมิจิและโนมุระโมมิจิที่ใบถูกย้อมด้วยสีแดงและสีเหลืองสดใสไปทั่ว ยิ่งได้มองลอดผ่านแมกไม้สีเข้มไปเห็นท้องฟ้าสดใสอยู่ลิบๆ ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย
สวนโควากิดานิโฮไรเอ็น (Kowakien Horaien)

สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โกระ
สวนสไตล์ฝรั่งเศสที่มีน้ำพุอยู่กึ่งกลางและมีความสมมาตรซ้ายขวา ภายในสวนปลูกต้นไม้เอาไว้นานาชนิด เหนือน้ำพุมีไม้ผลัดใบจำนวนมาก โดยเฉพาะต้นเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วงที่ย้อมไปด้วยสีแดงสดสวยงาม
สวนสาธารณะฮาโกเน่โกระ (Hakone Gora Park)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาโกเน่ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โกระ
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อในฮาโกเน่ ไฮไลท์คือใบไม้เปลี่ยนสีภายในสวนที่ถูกย้อมไปด้วยสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เกิดเป็นสีที่ตัดกับสวนมอสอย่างสวยงามเป็นที่สุด จะจิบชาที่ร้านน้ำชาในสวนอย่าง “ชินวะเท (Shinwatei)” พร้อมนั่งชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีไปด้วยก็ได้
พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาโกเน่ (Hakone Museum of Art)

สวนพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคาดะ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โควากิดานิ
สวนของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคาดะมีคอนเซปท์ว่า “~พลังชีวิตของน้ำพุและแมกไม้~ พื้นที่สวนที่ชวนให้รู้สึกถึงพรจากธรรมชาติ” สวนแห่งนี้จะถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีงดงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และยังมีคอร์สเดินเล่นชมลำธารด้านหน้าสวนซึ่งให้บรรยากาศล้ายการเปิดป่าไฮกิ้ง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคาดะ (OKADA MUSEUM OF ART)

รถรางสายฮาโกเน่โทซัง
หากนั่งรถรางสายฮาโกเน่โทซังก็จะได้ชมบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงตามริมทางไปพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาเมียวโจ (Myojogatake Mountain) ซึ่งโด่งดังการจุดไฟเป็นรูปตัวอักษร 大 ขนาดใหญ่

เขตโอวากุดานิ โทเง็นได เซนโงกุฮาระ

เราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้จากกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่และบริเวณโรงแรมโอดะคิวฮาโกเน่เลค (Odakyu Hakone Lake Hotel) ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮาโกเน่ในฤดูใบไม้ร่วงที่มีภูเขาสีแดงสดใสเรียงรายไปกับทะเลสาบอาชิและภูเขาไฟฟูจิ
ตลอดเส้นทางกระเช้าลอยฟ้า (ช่วงพีค : ปลายเดือนตุลาคม - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โทเง็นได โอวากุดานิตั้งอยู่บนเนินเขาคันมุริงาทาเกะ (Kanmurigatake Mountain) มองเห็นร่องรอยดั้งเดิมและทิวทัศน์ของภูเขาไฟฮาโกเน่ได้อย่างชัดเจน ตรงกันข้ามกับเนินเขาที่รกร้าง ตลอดแนวสันเขาตั้งแต่ยอดเขาจนถึงจุดที่เชื่อมไปยังภูเขาคามิยามะ (Kamiyama Mountain) เป็นสถานที่แรกในฮาโกเน่ที่จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีอันมีสีสันสดใสตัดกับภูเขาไฟฟูจิ
*กรุณาตรวจสอบสถานะการให้บริการของกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ที่นี่
https://www.hakonenavi.jp/international/th/status_information
ท่าเรือโทเง็นได รอบโรงแรมโอดะคิวฮาโกเน่เลค (ช่วงพีค : ต้นเดือนพฤศจิกายน) ที่โทเง็นได
ท่าเรือเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่มีต้นเมเปิลเลียบริมทะเลสาบ เป็นจุดที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมชมทะเลสาบอาชิที่เปล่งประกายจากแสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ร่วง
และขอแนะนำให้ชมใบไม้เปลี่ยนจากเรือโจรสลัดฮาโกเน่ด้วย ทิวเขาที่ถูกย้อมไปดูสีสันสดใสจะส่องสะท้อนบนผิวทะเลสาบ เป็นภาพที่สวยงามมากทีเดียว รอบโรงแรมโอดะคิวฮาโกเน่เลคก็มีต้นเมเปิลสีแดงให้ชมเช่นกัน
โรงแรมโอดะคิวฮาโกเน่เลค (Odakyu Hakone Lake Hotel)

วัดไดยูซันไซโจจิ อารามรองฮาโกเน่ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โซอุนซัน
*ในภาพคือวัดไดยูซันไซโจจิ อารามหลัก (ไดยูซัน)
วัดเซ็นที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1916 เป็นอารามรองของวัดไดยูซันไซโจจิ (Daiyuzan Saijoji Temple : สร้างในปี 1394) ที่ตั้งอยู่ในเมืองมินามิอาชิงาระ (Minamiashigara)
เนื่องจากตั้งอยู่บนที่ราบสูงบนเนินเขาโซอุนซันจึงเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม เราสามารถชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบได้อย่างสงบโดยมีธรรมชาติกว้างใหญ่รายล้อม
ภายในบริเวณวัดกว้างขวางและเงียบสงบ มีการบูชารูปปั้นเทนงู (สิ่งมีชีวิตจำพวกเทพหรือภูตผีตามตำนานของญี่ปุ่น) และรองเท้าเกี๊ยะของเทนงูให้บรรยากาศลึกซึ้ง และยังเป็นจุดที่มองเห็นภูเขาเมียวโจอันเป็นสถานที่จัดงาน “อักษรเพลิง” ในฤดูร้อน จึงถือเป็น “สุดยอดจุดชมอักษรเพลิง” ที่น้อยคนจะรู้จัก
วัดโจอันจิ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่เซนโงคุฮาระ
“วัดโจอันจิ (Choan-ji Temple)” เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของเซนโงคุฮาระ ที่นี่เป็นวัดในนิกายโซโต นิกายหนึ่งของพุทธศาสนา มีรูปปั้นพระอรหันต์หลายร้อยรูปในสีหน้าต่างๆ กันตั้งอยู่กระจัดกระจายภายในบริเวณวัดและทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยใบไม้แดงสีสันสดใส ทำให้เกิดบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและน่าเกรงขามอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ก่อนที่จะเข้าไปชมใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้ไปไหว้พระให้ใจสงบกันที่อุโบสถหลักกันก่อน
วัดโจอันจิ (Choan-ji Temple) สวนพฤกษศาสตร์พื้นที่ชุ่มน้ำฮาโกเน่ (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่เซนโงคุฮาระ
เซนโงคุฮาระซึ่งมีหมอกลงในเดือนพฤศจิกายนจะเต็มไปด้วยสีสันสดใสของไม้ที่ติดผลและ “คุสะโมมิจิ” ซึ่งเป็นต้นหญ้าที่ใบเปลี่ยนสีได้ (*สวนพฤกษศาสตร์พื้นที่ชุ่มน้ำฮาโกเน่ปิดทำการในฤดูหนาวตั้งแต่ 1 ธันวาคมถึง 19 มีนาคมของทุกปี)
สวนพฤกษศาสตร์พื้นที่ชุ่มน้ำฮาโกเน่ (Hakone Botanical Garden of Wetlands)


เขตถนนโทไคโดเก่า โมโตะฮาโกเน่ ฮาโกเน่มาจิ

ในเขตนี้เราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบอาชิได้จากโรงแรมหรือเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ ขอแนะนำให้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ของฮาโกเน่พร้อมเพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีและเหล้าหวานที่ร้านน้ำชาอามาซาเกะ (Amazake Chaya)
โรงแรม โฮเตล-เดอ-ยามะ โอดะคิว (ช่วงพีค : ต้น - กลางเดือนพฤศจิกายน) ที่โมโตะฮาโกเน่
ในสวนของโรงแรม โฮเตล-เดอ-ยามะ โอดะคิว (Hotel de Yama) มีต้นเมเปิล 2 พันธุ์ที่ใบจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดและอีกพันธุ์ที่เปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีแดง
หลังจากที่เดินเล่นในสวนของโรงแรมแล้วก็ขอแนะนำให้ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในเรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่ด้วย โรงแรมยามะโนะโฮเทลที่รายล้อมไปด้วยทิวเขาสีสันสดใส เมื่อมองจากบนทะเลสาบก็ดูสวยงามไปอีกแบบ
โรงแรม โฮเตล-เดอ-ยามะ โอดะคิว (Hotel de Yama)

บทความที่เกี่ยวข้อง